ดวงแก้วบรมจักรพรรดิ[01]

มีแฟนคลับแจ้งมาอีกครั้งว่า “นางน้ำใส” เริ่มโกหกหากินด้วยกายขายดวงแก้วอีกแล้วครับท่าน  มีการอ้างชื่อครูบาอาจารย์ในสายวิชาธรรมกายไปหลอกลองทำมาหากินอีกแล้ว

เหตุการณ์นี้ มีผมเข้าไปร่วมในเหตุการณ์ด้วย จึงต้อง “ขออนุญาตพาดพิง” ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์กันพอหอมปากหอมคอ

ครั้งนี้นางน้ำใสเปิดฉากการโกหกอีกครั้งด้วยคำโฆษณานี้

ขอเชิญร่วมประมูล ดวงแก้วบรมจักรพรรดิ พิพิธกรณ์อาภากาศขนาดกว่า ๑๑ กิโลกรัม อัญเชิญจากถ้ำแถบเทือกเขาภูพาน

ดวงแก้วพิพิธกรณ์อาภากาศ มีกายสิทธิ์ทั้งสิ้น ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ องค์โดยมีพระธรรมราชาโพธิสัตว์ เป็นหัวหน้ากายสิทธิ์ ปัจจุบันท่านอยู่ชั้นดุสิตค่ะ

ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ จะนำเสนอในตอนต่อไปค่ะ

ต่อจากนั้น นางน้ำใสก็แต่งเรื่อง "ประวัติดวงแก้วพิพิธกรณ์อาภากาศ..." อย่างได้รสได้ชาติ ความจริงนางน้ำใสนี่ แกไม่ต้องมาโกหกหลอกลวงด้วยการขายดวงแก้วก็ได้ แกไปเขียนนิยายขายก็น่าจะได้อยู่แล้ว

ทำไม...ต้องเลือกการโกหกหลอกลวงด้วยการดำรงชีพก็ไม่รู้  แล้วทำไมต้องเอาวิชาธรรมกายมาเป็นเครื่องมือในการโกหกด้วย....... กรรมนั้น หนักหนาสาหัสจริงๆ

ตอนนี้ ยังจะไม่เข้าเรื่องนิยายที่นางน้ำใสแต่งขึ้นมาหลอกลวง  แต่จะเข้าประเด็นในการเขียนครั้งนี้ก่อน กล่าวคือ มีคนเขียนเขาไปถามดังนี้ [rungsun2503 (22-01-2012, 06:16 PM)]

ขอโทษครับ ผมรบกวนคุณน้ำใสช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับดวงแก้วจักรพรรดิ์ รวมถึงตำแหน่งการจัดตั้ง การจัดวาง และการบูชาด้วยครับ ผมไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้เลยครับ แต่เผอิญอยากรู้นะครับ

นางน้ำใสจึงเริ่มตอแหลอีกครั้งหนึ่งดังนี้

ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ดวงแก้วบรมจักรพรรดินี้ เป็นดวงแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติค่ะ อัญเชิญจากในถ้ำแถบเทือกเขาภูพาน ไม่เคยนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใดๆ และจะมีเทวดารักษา หรือที่เรียกว่า "จักรพรรดิ" นั้นเอง

หลายคนมีความสงสัยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เคยมีผู้ประมูลดวงแก้วจากดิฉัน และได้นำไปให้ท่านอาจารย์การุณย์ บุญมานุช ได้ตรวจสอบ พบว่า มีกายจักรพรรดิ สูงเทียบเท่าตึก ๗ ชั้น และภายหลังได้นำให้ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ตรวจสอบอีกครั้ง ก็พบเช่นกันค่ะ

ปัจจุบันคำว่า แก้วจักรพรรดิ ถูกใช้แพร่หลายในหลายสาย แต่แก้วจักรพรรดิที่นำมานี้ เป็นแก้วที่อัญเชิญจากในถ้ำ บางดวงถูกสกัดจากผนังถ้ำ บางดวงผุดขึ้นจากน้ำ บางดวงผุดจากทราย และไม่ใช่มาจากสถานที่เดียวกันค่ะ

ดวงแก้วมักจะขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ จะมีการตั้งเครื่องบวงสรวง อัญเชิญดวงแก้วขึ้นมาค่ะ ชาวบ้านแถบเทือกเขาภูพาน เรียกว่า "แก้ววิเศษ" แก้วมงคล หรือแก้วค้ำคูณ ซึ่งมีประวัติมายาวนานมากค่ะ

เหตุที่ดิฉันเรียกแก้วจักรพรรดิ เนื่องจากนั่งสมาธิ เห็นเทวดารักษาดวงแก้ว มีหัวหน้าอยู่ด้านหน้า ที่เรียกว่า "จักรพรรดิ" เป็นกายแก้วใส และมีองค์อื่น ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ นับจำนวนไม่ถ้วน

และรายละเอียดที่ได้นั้น เกิดจากการสงเคราะห์ของเทวดา เล่ารายละเอียดของดวงแก้วแต่ละดวงค่ะ

สำหรับรายละเอียดในการบูชานั้น ขออนุญาตลงในคราวต่อไปค่ะ


ขอเปิดโปงความโง่ของนางน้ำใส ประเภทโง่แต่อยากรวย แต่ก็มีคนโง่มากกว่าไปซื้อดวงแก้วของนางน้ำใสเหมือนกัน

ข้อความของนางน้ำใส
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ดวงแก้วบรมจักรพรรดินี้ เป็นดวงแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติค่ะ อัญเชิญจากในถ้ำแถบเทือกเขาภูพาน ไม่เคยนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใดๆ และจะมีเทวดารักษา หรือที่เรียกว่า "จักรพรรดิ" นั้นเอง

นางน้ำใสคนนี้ แกโง่จริงๆ และขออวยพรให้นางคนนี้ “โง่” ตลอดไป  เทวดา กับ จักรพรรดิ เป็นคนละประเภทกัน  เทียบกันไม่ได้เลย

เทวดานั้น บารมีน้อยมาก ไม่ต้องไปเทียบกับจักรพรรดิ เทียบกับมนุษย์ที่กำลังสร้างบารมีอย่างพวกผมนี่แหละ  ไปไหนมาไหน เทวดาต้องมากราบไหว้  

สำหรับจักรพรรดินั้น มีมากมายหลายระดับ ถ้ามาจาก “อายตนะนิพพาน” นั้น บารมีมากมาย เราต้องไหว้พระองค์ท่าน แต่ก็มีจักรพรรดิบางประเภทที่อยู่ตามรัตนะชาติ  บางพระองค์นั้น บารมียังน้อยอยู่  ต้องไหว้พวกผม

แต่ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องไหว้คนทั่วไป  แต่ถึงกระนั้นก็ตาม บารมีของท่านก็ยังมากกว่าเทวดาอย่างไม่ต้องเปรียบเทียบกัน

ข้อความของนางน้ำใส
หลายคนมีความสงสัยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เคยมีผู้ประมูลดวงแก้วจากดิฉัน และได้นำไปให้ท่านอาจารย์การุณย์ บุญมานุช ได้ตรวจสอบ พบว่า มีกายจักรพรรดิ สูงเทียบเท่าตึก ๗ ชั้น และภายหลังได้นำให้ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ตรวจสอบอีกครั้ง ก็พบเช่นกันค่ะ

ตรงนี้ขอไปเขียนในบทความต่อไป

ข้อความของนางน้ำใส
ปัจจุบันคำว่า แก้วจักรพรรดิ ถูกใช้แพร่หลายในหลายสาย แต่แก้วจักรพรรดิที่นำมานี้ เป็นแก้วที่อัญเชิญจากในถ้ำ บางดวงถูกสกัดจากผนังถ้ำ บางดวงผุดขึ้นจากน้ำ บางดวงผุดจากทราย และไม่ใช่มาจากสถานที่เดียวกันค่ะ

อันนี้ก็ตอแหลชัดเจน  ดวงแก้วที่เอามาขายนั้น ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่มีดวงแก้วจากธรรมชาติที่ใหญ่ 11 กิโลกรัม

ข้อความของนางน้ำใส
เหตุที่ดิฉันเรียกแก้วจักรพรรดิ เนื่องจากนั่งสมาธิ เห็นเทวดารักษาดวงแก้ว มีหัวหน้าอยู่ด้านหน้า ที่เรียกว่า "จักรพรรดิ" เป็นกายแก้วใส และมีองค์อื่น ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ นับจำนวนไม่ถ้วน

อันนี้ก็ตอแหลชัดเจนยิ่งขึ้น  ดังได้บอกมาแล้วว่า ตลอดไป  เทวดา กับ จักรพรรดิ เป็นคนละประเภทกัน

การแต่งกายของท่านไม่เหมือนกัน และนางน้ำใสที่หากินด้วยการโกหกหลอกลวงประชาชน แกจะเห็นเทวดา และเห็นจักรพรรดิได้อย่างไร....




7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ8 กรกฎาคม 2555 07:00

    ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ30 ตุลาคม 2555 16:21

    คุณก็ไม่กล้าเท่าไหร่ เพราะบล็อกความคิดเห็นอันเสรีของคนอื่น แต่เอาเปรียบโดยเขียนว่าผู้อื่นฝ่ายเดียว แบบนี้ ยิ่งไม่น่าเชื่อเลยที่พูดมา ถ้าเรื่องที่คุณพูดเป็นจริง จะกลัวอะไร ทองแท้ไม่กลัวไฟ นอกจากจะแค่ชุบทองไว้เท่านั้นแหละ กรรมเวลาย้อนมาน่ากลัวนะ หยุดเถอะ งดสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองเสียดีกว่า จะได้ไม่พลาดโอกาสพบพระพุทธเจ้า

    ตอบลบ
  3. ควายมาอีกตัวหนึ่งแล้ว

    ความเห็นที่ลบไปนั้น มัน "หยาบคาย" ผมไม่ได้กลัวความเห็นที่ด่า แต่ให้ด่าอย่างมีปัญญา อย่างมีเหตุผล

    ความเห็นโง่ๆ ของคุณ ผมยังลงให้เลย

    ตอบลบ
  4. คิดดีๆเป็นไหม22 ตุลาคม 2556 18:13

    ขอโทษนะค่ะ คุณบอกว่า "แต่ก็มีจักรพรรดิบางประเภทที่อยู่ตามรัตนะชาติ บางพระองค์นั้น บารมียังน้อยอยู่ ต้องไหว้พวกผม" แล้วคุณรู้ได้ไงค่ะว่า ท่านไหว้คุณ พวกคุณเห็นหรือค่ะ หรือคิดว่าคุณเองก็เห็นเพียงคนเดียวค่ะ บังเอิญครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้สอนให้ว่าใครและไม่ได้สอนให้อวดวิชาที่ได้มา คุณต้องเข้าใจนะค่ะนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คุณหรือพวกคุณไม่เชื่อก็อย่าไปว่าใครเลยค่ะ คุณไม่เชื่อก็เป็นสิทธิของคุณแต่กรุณาอย่าว่าคนอื่นซึ่งคุณน้ำใสไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เอาดวงแก้วจากจีน มาหลอกขายคนอื่นนี่นะ ที่คุณไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

      โง่ต่อไปเถอะคุณ

      ลบ
  5. คิดดีๆเป็นไหม24 ตุลาคม 2556 10:34

    ขอโทษอีกครั้งค่ะ คุณดร.มนัส ดิฉันเขียนชัดเจนว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล คุณจบดร.แต่ความคิดคุณไม่ใช้ ดร. คุณว่าคนที่ออกความคิดเห็นโง่ กรุณาดูตัวเองก่อนไหมค่ะ ที่คุณเดือนร้อนเป็นเพราะอะไรหรือเปล่า? จบดร.คุณหน้าจะไปทำประโยชน์ ได้มากกว่านี้เช่นไปดูพวกกินบ้านเมือง กินหินกินทรายผู้คนเดือดร้อนทั่วประเทศ จบดร.คุณหน้าจะทำได้ดีจริงไหมค่ะ?

    ตอบลบ
  6. เอ้า... เจ๊

    1) ผมไม่ค่อยได้ดูตัวเองบ่อยนักหรอก กระจกที่บ้านไม่ค่อยมี แล้วเป็นคนไม่ได้หลงรูปตัวเอง
    2) คำา "หน้า" ต้องเขียน "น่า"
    3) บล็อกนี้เกี่ยวข้องกับศาสนา คือ ต้องการจะชี้ให้เห็นพวกหลอกลวง มันก็ต้องออกไปทางนี้
    4) ที่เขียนไปทั้งหมดนี้ ก็ความเชื่อส่วนบุคคลเหมือนกัน แต่ของผมเป็นความจริง
    5) ก่อนด่า... ไม่ต้องขอโทษก็ได้ ผมรับได้
    6) เจ๊.. ถ้ายังไม่ได้แต่งงาน ก็ไปหาสามีเถอะ มันจะได้ไม่มาวุ่นวายกับคนอื่นเขา

    ตอบลบ